ต้มจืดไข่ม้วน ทำง่าย อร่อยจนขอเพิ่ม บาคาร่า เว็บไหนดี pantip

ขั้นตอนการทำ

ต้มจืดไข่ม้วน  เมนูไข่ๆมาเสิร์ฟอีกแล้ว…ตอนนี้พิเศษกว่าเดิม ขั้นตอนการทำ แสนง่าย นำไข่มาทอดจนถึงเป็นแผ่น แล้วใส่ไส้ด้วยหมูสับ ม้วนให้เป็นก้อนกลม แล้วใส่ไว้ภายในแกงจืด รสกลมกล่อมละมุนละไม แต่งรสด้วย อร่อยจนถึงจำเป็นต้องขอเพิ่มเลย บาคาร่า เว็บไหนดี pantip

“ต้มจืดไข่ม้วน  ” ขั้นตอนการทำ แสนง่าย

ส่วนผสม

  • ไข่ไก่ 200 กรัม
  • หมูสับ 400 กรัม
  • กระเทียมสับ 20 กรัม
  • ต้นหอมลวกน้ำ 7 เส้น
  • แครอท 10 กรัม
  • เห็ดหอมสด 4 ดอก
  • น้ำ 400 กรัม
  • ซีอิ๊วขาวเห็ดหอม 30 กรัม
  • พริกไทยขาวป่น 8 กรัม
  • น้ำมัน (ทอด)

วิธีทำ

  • ผสมหมูสับ ,ซีอิ๊วขาว ,พริกไทยขาวป่น ,กระเทียมสับ นวดพอเพียงคละเคล้าจนเข้ากัน แล้วพักเอาไว้ภายในตู้เย็น
  • จากนั้นทำไข่แผ่น โดยการตอกไข่ไก่ใส่ภาชนะ แล้วตีให้ถูกกัน ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชใช้ไฟอ่อน เมื่อกระทะเริ่มร้อนแล้วจึงเทไข่ลงกระทะ กลอกไข่เป็นแผ่นบาง กลับไข่ 1 ครั้ง พอเพียงแค่สุกตักขึ้นพักไว้
  • และนำไข่แผ่นวางบนภาชนะที่มีลักษณะที่เรียบ ตักเนื้อหมูที่ผสมไว้เกลี่ยบนไข่ไก่ที่สุกเพียงพอทั่ว แล้วต่อจากนั้นม้วนให้เกิดความสวยสดงดงามแล้วก็ใช้ต้นหอมลวกสุกมัดเป็นข้อ ตัดเป็นชิ้นแล้วก็พักไว้
  • ต้มน้ำ ใส่ซีอิ๊วขาวเห็ดหอม แครอทเห็ดหอมสดลงไป พอเพียงเดือดอีกรอบใส่ไข่ที่ม้วนแล้วลงไปตุ๋นสักครู่หนึ่ง ปิดไฟ ตักใส่ภาชนะ จัดเสิร์ฟ
  • รับประทานอยู่อย่างคนผอม หุ่นดี สุขภาพแข็งแรง จะต้องควบคุมด้านการกินอาหารโดยตลอด รับประทานครบ 3 มื้อ ในปริมาณที่พอดี พร้อมกันกับการบริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอ แล้วก็พักผ่อนให้พอเพียงด้วยนะคะ บาคาร่า เว็บไหนดี pantip

ไก่หวาน ทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ บาคาร่า เว็บไหนดี pantip

ไก่หวาน

ไก่หวาน เมนูนี้จะทานเป็นเมนูเครื่องแนมหรือเป็นเมนูหลักก็อร่อยไม่แพ้เมนูไหนเหมือนกัน มีขั้นตอนการทำที่ง่ายใช้วัตถุดิบไม่มากมาย ทานได้ทั้งเด็กแล้วก็คนแก่เลยทีเดียว บาคาร่า เว็บไหนดี pantip

ไก่หวาน

ส่วนผสม

  • สันในไก่ (หั่นเต๋า) 280 กรัม
  • ซีอิ๊วหวาน 20 กรัม
  • ซอสหอยนางรม 20 กรัม
  • ซีอิ๊วขาวเห็ดหอม 8 กรัม
  • หอมแดงซอย 30 กรัม
  • น้ำเปล่า 400 กรัม
  • น้ำมันพืช 10 กรัม

วิธีทำ

  • ตั้งกระทะแล้วใส่นำมันพืชลงไปจากนั้นนำหอมแดงลงไปเจียวให้พอหอมหลังจากนั้น นำไก่ลงไปผัดต่อให้พอแค่สุก
  • เพิ่มน้ำลง แล้วต่อจากนั้นแต่งรสด้วย ซีอิ๊วหวาน, ซอสหอยนางรม และก็ซีอิ๊วขาวเห็ดหอม แล้วเคี่ยวไปเรื่อยจนถึงน้ำงวดรวมทั้งแห้ง ปิดไฟตักใส่จานแล้วเสิร์ฟ คู่กับกับข้าวเหนียวหรือข้าวสวยก็อร่อย บาคาร่า เว็บไหนดี pantip

“ปลาดอร์รี่ซอสมะขาม” อร่อย ได้ประโยชน์ ไม่กลัวอ้วน

ปลาดอร์รี่ซอสมะขาม

เอาอกเอาใจคนรักปลากันบ้างกับเมนูอร่อยได้ประโยชน์ แบบไม่กลัวอ้วน อย่างเมนู “ ปลาดอร์รี่ซอสมะขาม ” รสเปรี้ยวหวาน กลมกล่อมละมุนละไมลงพอดี วัตถุดิบก็ไม่ยุ่งยาก ถ้าหากต้องการรู้ว่าสูตรนี้จะดีอย่างไร มาเข้าครัวไปพร้อมเพียงกันเลยดีกว่า

ปลาดอร์รี่ซอสมะขาม

ส่วนผสม

  • เนื้อปลาดอร์รี่ 100 กรัม
  • น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย
  • แป้งมัน 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันรำข้าว 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่นเล็กน้อย

วิธีทำ

  • นำปลาดอร์รี่มาคลุกเคล้ากับเกลือป่นให้ทั่วแล้วหมักทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที
  • จากนั้นตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันรำข้าวลงไป พอกระทะเริ่มร้อน ก็นำเนื้อปลาดอร์รี่ลงไปย่างในกระทะ ด้านละประมาณ 2 – 3 นาที ให้เนื้อปลาสุกทั้ง 2 ข้าง เมื่อเนื้อปลาสุกแล้วก็ตักขึ้นมาพักไว้
  • มาเริ่มทำซอสมะขามกันต่อเลย โดยตั้งกระทะใส่น้ำมะขามเปียก น้ำเปล่า น้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ จากนั้นคนส่วนผสมให้เข้ากัน แล้วเคี่ยวให้เดือด ค่อยเติมแป้งมันละลายน้ำตามลงไป แล้วคนให้เข้ากันอีกครั้ง
  • จัดวางปลาดอร์รี่ลงบนจาน แล้วราดด้วยซอสมะขามที่ทำเสร็จแล้ว เพียงเท่านี้ก็เป็นอันพร้อมทาน รอรับความอร่อยได้เลย

เป็นยังไงบ้างกับเมนู ปลาดอร์รี่ซอสมะขาม ทำตามไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ ซึ่งเมนูนี้คนไหนกลัวอ้วนก็สามารถทานเปล่าๆได้หรือจะกินอาหารสวยร้อนๆก็ได้ไม่ว่ากัน

หมายเหตุ

ในระหว่างที่กริลล์ปลาในกระทะ ให้สังเกตุว่าพอทอดไปสักพัก ฟองรอบ ๆ เนื้อปลา จะค่อย ๆหายไปและแห้งลง ซึ่งตอนนี้เนื้อปลากำลังเซ็ทตัวเข้าที่ ดังนั้นอย่าพึ่งรีบกลับด้านเนื้อปลากันนะจ๊ะ รอสักพักให้เนื้อปลาแห้งได้ที่ค่อยนำที่คีบแซะด้านข้างเบา ๆ แล้วค่อยพลิกชิ้นปลา เท่านี้ก็จะได้ชิ้นปลาดอร์รี่สวยงาม ไม่เละแน่นอน

“เกาเหลาไก่ต้มมะระ” อร่อย เข้มข้น ซดคล่องแล้วคอ

ซดอะไรอุ่นๆ

ฝนตกอย่างนี้ ถ้าหากได้ ซดอะไรอุ่นๆ แถมยังอร่อยอิ่มเต็มมื้อก็คงจะฟินไม่น้อย วันนี้เราเลยมีสูตร “เกาเหลาไก่ต้มมะระ” รสเข้มข้นมาฝากกัน ทานได้คล่องคอไม่น่าเบื่อ

ซดอะไรอุ่นๆ

ซดอะไรอุ่นๆ ต้องเมนูนี้เลย “เกาเหลาไก่ต้มมะระ”

ส่วนผสม

  • มะระ 1 ลูก
  • เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
  • น่องไก่ 3 – 4 น่อง
  • รากผักชี 3 ราก
  • พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วดำ 3 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียม 5 กลีบ
  • ผงพะโล้ 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา
  • เครื่องเทศสำหรับตุ๋น
  • ต้นหอมซอยเล็กน้อย
  • น้ำเปล่า
  • ถั่วงอก

วิธีทำ

  • หั่นมะระเป็นท่อน ผ่าครึ่งเอาไส้ออกให้หมด จากนั้นนำไปล้างน้ำสะอาดพักไว้
  • ตั้งหม้อใส่น้ำรอเดือด จากนั้นใส่มะระที่หั่นเรียบร้อยแล้วลงต้ม เติมเกลือเล็กน้อย รอให้มะระสุก ตักมะระนำไปแช่ในน้ำเย็นสักครู่ จากนั้นนำขึ้นพักไว้
  • หมักไก่ด้วยซีอิ๊วดำและพริกไทยเล็กน้อย พักไว้
  • โขลกรากผักชี กระเทียมและพริกไทยให้ละเอียด จากนั้นนำไปผัดกับน้ำมันให้มีกลิ่นหอม นำไก่ที่หมักไว้ลงผัดเข้าด้วยกัน พอสุกให้ปิดเตาพักไว้
  • ตั้งหม้อ ใส่น้ำลงไปประมาณ 4 – 5 ถ้วยตวง ตามด้วยเครื่องตุ๋นและผงพะโล้ พอเดือดให้ใส่ไก่ที่ผัดไว้และมะระตามลงไป ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส น้ำตาลมะพร้าว เกลือ ซีอิ้วดำและพริกไทย
  • ตักเสิร์ฟให้โรยพริกไทยและต้นหอม ทานเคียงกับผักสดอย่างถั่วงอกและมะระลวก

โหยยย! น่าอร่อยขนาดนี้ เข้าครัวไปทำกันได้เลย หรือถ้าหากยังขาดวัตถุดิบสำหรับทำเมนูนี้อยู่ล่ะก็…

ผัดผักบุ้งไฟแดง ทำง่าย ประโยชน์เยอะ

ใส่เต้าเจี้ยวเพิ่มความอร่อย

แค่ใช้ไฟแรงหน่อยก็ทำให้ผัดผักบุ้งจานนี้อร่อยแล้ว พบกับ เมนูผัดผักบุ้งไฟแดง ใส่เต้าเจี้ยวเพิ่มความอร่อย เติมสีสันด้วยพริกชี้ฟ้า ใครที่ชอบรสเผ็ดก็ใส่พริกขี้หนูลงไปด้วยเลยนะคะ

ใส่เต้าเจี้ยวเพิ่มความอร่อย เติมสีสันด้วยพริกชี้ฟ้า

ส่วนผสม

-ผักบุ้งจีน 1 กำ

-กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ

-พริกชี้ฟ้าทุบ 2 เม็ด

-เต้าเจี้ยว 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

-ตัดโคนผักบุ้งออก เด็ดเป็นท่อน นำไปแช่ในน้ำผสมด่างทับทิมทิ้งไว้สักครู่ จากนั้นล้างน้ำให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ เตรียมไว้

-นำผักบุ้งใส่จาน ใส่พริก กระเทียม เต้าเจี้ยว น้ำมันหอย น้ำตาลทราย และน้ำเปล่าลงไป

-ตั้งกระทะใช้ไฟแรง ใส่น้ำมันพืชลงไป พอน้ำมันร้อนจัดเทผักบุ้งที่เตรียมไว้ลงไป ผัดเร็ว ๆ พอให้ผักบุ้งสลด ปิดเตา ตักใส่จานเสิร์ฟ

ผักบุ้งจีน

สารอาหารที่อยู่ในผักบุ้งถือว่าเป็นส่วนที่โดดเด่นที่ทำให้เจ้าพืชธรรมดา ๆ ชนิดนี้กลายเป็นที่สนใจอย่างมาก ด้วยประโยชน์อันมากมายที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ ผักบุ้งจึงกลายเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีคนนิยมมากมายไม่แพ้อาหารชนิดอื่น ๆ โดยประโยชน์ของผักบุ้งมีดังนี้ค่ะ

-รักษาอาการนอนไม่หลับ
ใครที่ประสบปัญหานอนไม่หลับ การรับประทานผักบุ้งถือว่าช่วยได้มาก เพราะผักบุ้งนั้นอุดมด้วยสารเซเลเนียม และสังกะสีที่มีสรรพคุณช่วยผ่อนคลายประสาท ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น และนอนหลับได้ในที่สุด

-บำรุงเลือด
ธาตุเหล็ก ถือเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อระบบโลหิต เพราะฮีโมโกลบินที่อยู่ในเลือดนั้นต้องได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ มิฉะนั้นก็อาจจะทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง และการรับประทานผักบุ้งก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ ดังนั้น ถ้าอยากห่างไกลจากโรคโลหิตจาง รับประทานผักบุ้งบ่อย ๆ เป็นดีค่ะ

-บำรุงตับ
ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งที่น่าอัศจรรย์ของผักบุ้งก็คือ ช่วยบำรุงตับได้ ด้วยเพราะผักบุ้งมีสารอาหารมากมายที่ช่วยในการล้างพิษและสารต้านอนุมูลอิสระที่ป้องกันเซลล์ไม่ให้ถูกทำลาย ไม่อยากมีโรคตับมาถามหา รีบหาผักบุ้งมากินกันดีกว่าเนอะ

-ลดน้ำตาลในเลือด
สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ผักบุ้งเป็นอาหารที่แนะนำให้ผู้ป่วยโรคนี้รับประทานเลยล่ะค่ะ เพราะว่าผักบุ้งสามารถช่วยลดน้ำตาลในเลือดและลดการดูดซึมของกลูโคสของร่างกายได้ ไม่เพียงเท่านั้น ในสตรีตั้งครรภ์ ผักบุ้งยังเข้าไปเสริมสร้างความต้านทานกลูโคสในร่างกาย และช่วยรักษาโรคเบาหวานได้อีกด้วย

-แก้ท้องผูก
ปริมาณไฟเบอร์ที่มีไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผักชนิดไหน ๆ ของผักบุ้งสามารถแก้อาการท้องผูกได้ เพราะไฟเบอร์ในผักบุ้งนี้จะเข้าไปช่วยทำให้ระบบการขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ผักบุ้งยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ อีกด้วย ใครที่ท้องผูกบ่อย ๆ ลองรับประทานผักบุ้ง หรือน้ำต้มผักบุ้งดูสิคะ รับรองว่าดีขึ้นแน่

-ช่วยลดน้ำหนัก
เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าบรรดาผักใบเขียวเป็นอาหารลดน้ำหนักที่ได้ผลดีเยี่ยม ผักบุ้งก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกันค่ะ ด้วยปริมาณไฟเบอร์ที่สูง และปริมาณแคลอรีที่ต่ำ ทำให้เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะทำให้อิ่มง่าย และอิ่มนานขึ้น หมดปัญหาการรับประทานอาหารมากเกินไป หรือหิวบ่อยระหว่างวันไปได้เลยล่ะ

-ลดคอเลสเตอรอล
ไม่เพียงแค่ช่วยลดน้ำหนักเท่านั้น แต่ผักบุ้งยังมีส่วนสำคัญในการลดลงของคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในร่างกายได้ ซึ่งส่งผลดีต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจอีกด้วย

-ผักบุ้งช่วยบำรุงสายตา
ที่เราได้ยินกันมานักต่อนักว่ากินผักบุ้งแล้วสายตาจะดี ล้วนแต่เป็นความจริงไม่ผิดเพี้ยนค่ะ เพราะเจ้าผักชนิดนี้อุดมไปด้วยแคโรทีนอยด์ วิตามินเอและลูทีน ซึ่งล้วนแต่เป็นแร่ธาตุและวิตามินที่ส่งผลดีต่อสุขภาพดวงตา อีกทั้งยังช่วยสร้างเสริมระดับกลูตาไธโอน (glutathione) ป้องกันการเกิดโรคต้อกระจกได้อีกด้วย

-ป้องกันโรคหัวใจ
วิตามินเอ และวิตามินซี ตลอดสารเบต้า-แคโรทีนที่อยู่ในผักบุ้ง ล้วนแต่เป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้คอเลสเตอรอลรวมตัวกับออกซิเจนไปเกาะอยู่ตามหลอดเลือด ทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือด จนเกิดหัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดในที่สุด นอกจากนี้โฟเลตในผักบุ้งก็ยังช่วยทำให้โฮโมซิสตีน (homocysteine) กรดอะมิโนที่เป็นต้นเหตุของโรคหัวใจลดลงได้ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ขณะที่แมกนีเซียมในผักบุ้งก็ยังลดความดันโลหิตได้ ถือเป็นการป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้อีกทางหนึ่ง

-ต้านมะเร็ง
ผักบุ้งเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระมากถึง 13 ชนิด จึงทำให้เป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่สามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้ โดยเฉพาะโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง มะเร็งช่องท้อง รวมทั้งมะเร็งผิวหนังและมะเร็งเต้านม เพราะสารต้านอนุมูลอิสระจะเข้าไปป้องกันไม่ให้เซลล์ในร่างกายถูกทำลายนั่นเองค่ะ

นอกจากนี้ยังมีประโยชน์อีกมากมายที่นับแทบไม่หวาดไม่ไหว อาทิ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ช่วยรักษารังแค รักษาริดสีดวงทวาร แก้ปวดฟัน ช่วยหยุดเลือดกำเดา และรักษาตาปลา เป็นต้น เรียกได้ว่าสิ่งดี ๆ จากผักบุ้งนี่มีเพียบ จะเรียกว่าเป็นซูเปอร์ฟู้ดอีกชนิดหนึ่งเลยก็ว่าได้ แต่ทั้งนี้ก็ควรระมัดระวังในเรื่องการรับประทานหน่อยนะคะ เพราะเจ้าผักบุ้งนี้มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ กินเยอะเกินไปอาจจะทำให้ถ่ายท้องได้ค่ะ…

“ต้มข่าไก่นมสด” หอมกรุ่น อร่อย รสนุ่มนวล

เพิ่มความละมุนด้วย

จานนี้เป็น อาหารไทยสูตรอร่อยรสนวลนุ่มต้องยกให้ “ต้มข่าไก่” เพิ่มความละมุนด้วย “นมสด” รับรองติดใจ ว่าแล้วก็ต้องเข้าครัว

จานนี้ เพิ่มความละมุนด้วย “นมสด”

ส่วนผสม

-น่องหรือสะโพกไก่ 3 ชิ้น

-นมสด 1 1/2 ถ้วย

-เห็ดฟาง 10 ดอก

หอมแดงปอกเปลือก 4 กลีบ

-ตะไคร้บุบ 2 ต้น

-ใบมะกรูด 5 ใบ

-ข่า 6 แว่น

-ผักชีฝรั่ง 1 ต้น

-มะเขือเทศ 1 ลูก

-พริกชี้ฟ้าแดงบุบ 4 เม็ด

-ผักชีสำหรับโรยหน้า

-ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

-มะนาว 1 ลูก

-น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย

วิธีทำ

-นำหม้อตั้งไฟกลาง โดยใส่นมสดที่เตรียมไว้ พร้อมกันข่าและตะไคร้ รอจนนมในหม้อเดือด

-ใส่เนื้อไก่ที่แล่เป็นชิ้นพอดีคำลงไป ตามด้วยเห็ด ต้มต่ออีกประมาณ 5 นาที

-ก่อนถึงขึ้นตอนการปรุงรสชาติ ให้เติมน้ำเปล่าลงไปละลายความเข้มข้นของนมสด จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำปลา ซอสปรุงรส น้ำตาลทรายแดง พริกชี้ฟ้าบุบ หอมแดง ใบมะกรูดฉีกและผักชีฝรั่งหั่นท่อน คนให้ส่วนผสมเข้ากันดีค่อยปิดไฟ

-ก่อนตักใส่ถ้วย ให้บีบมะนาวลงในหม้อ ค่อยตักเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยผักชี

หอมกรุ่นกับเมนูนี้ รับรองว่าทานแล้วยิ่งฟินรสนวล ๆ จากนมสดนี่แหละค่ะ ทำให้หลงรักกันเลยทีเดียว ใครที่ไม่ชอบทานแกงกะทิ ก็ลองปรับสูตรตามเมนูนี้ ทำทานกันได้นะคะ…