ข้าวควบ หรือ ข้าวเกรียบว่าว

ข้าวควบ

ข้าวควบ หรือ ข้าวเกรียบว่าว บ้างเรียก ข้าวปอง เป็นขนมพื้นบ้าน แผ่นข้าวสีขาวนวลย่างให้เหลืองพองกรอบ ขนมขบเคี้ยวแสนอร่อยที่อยู่คู่ชาวไทยมานาน มีกล่าวไว้ในวรรณกรรมล้านนา

แม้ในอดีตข้าวเกรียบว่าวเคยได้รับการยกย่องว่าเป็นของกินเล่นยอดฮิต ทว่าปัจจุบันความนิยมเริ่มซาไปเด็กรุ่นใหม่แทบไม่รู้จัก ขณะที่ผู้ใหญ่หลายคนก็เริ่มหลงลืม เราจึงอยากชวนคุณรำลึกถึงของกินเล่นชนิดนี้กันอีกสักครั้ง

ข้าวควบ หรือ ข้าวเกรียบว่าว

ส่วนผสม

  • ข้าวสารเหนียว 1.2 ลิตร
  • น้ำตาลปี๊บ 600 กรัม
  • หัวกะทิ 1/2 ถ้วย
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  • ตำข้าวเหนียวที่นึ่งสุกใหม่ ซึ่งใช้ครกมองดู ตำจนกระทั่งข้าวเหนียวละเอียดเป็นแป้งเหนียว ใช้เวลาโดยประมาณราวๆ 30 นาที
  • ใส่น้ำตาลปี๊บเคี่ยวผสมกะทิลงในครกมองดู ตำต่อกระทั่งกลายเนื้อเดียวกัน
  • ต้มไข่ไก่ให้สุก แกะเลือกเฉพาะไข่แดง มาขยี้ผสมกับน้ำมันพืชให้เป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อใช้ทามือแล้วก็อุปกรณ์สำหรับในการทำข้าวควบ
  • นำแผ่นพลาสติกตัดเป็นวงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางโดยประมาณราวๆ 5 นิ้ว บิแป้งโดยประมาณหัวนิ้วโป้ง กดให้แบน กดคลึงแป้งให้เป็นวงกลมด้วยกระบองไม้ คว่ำแผ่นแป้งลงบนแผ่นพลาสติกขนาดใหญ่
  • นำไปผึ่งแดดให้แห้งราวๆ 1 ชั่วโมง
  • พลิกด้านแป้ง รวมทั้งตากบนกระดงไม้ไผ่สาน อีกประมาณ 1 ชั่วโมง
  • แกะแป้งที่ตากออก พักไว้ให้เย็น เอามาเรียงซ้อนกันลงในกระติก และโดยใช้ใบตองรองข้างล่าง และก็ปิดปกคลุมด้านบน เก็บไว้เป็นเวลา 1 คืน
  • นำแผ่นข้าวควบออกมาปิ้งกับเตาถ่าน

เคล็ดลับวิธีการความอร่อย

การปรุง : ไข่ไก่ต้ม ใช้เฉพาะไข่แดง เอามาขยี้ให้เข้ากับน้ำมันบ้างเล็กน้อย สำหรับทามือระหว่างที่หยิบแป้งข้าวควบ เพื่อไม่ให้ติดแป้งนั้นติดมือ

การเลือกส่วนผสม : น้ำตาลปี๊บให้เลือกแบบที่ไม่มีน้ำตาลผสมเนื่องจากว่าถ้าหากมีน้ำตาลทรายผสม จะมีผลให้ข้าวควบไม่พองตัวเมื่อย่างไฟนั้นเอง…

คะน้าน้ำมันหอย ทำง่าย อร่อยไว ต้องสูตรนี้

คะน้าน้ำมันหอย

เคยได้เห็นแม้กระนั้นเมนูนี้ในเหลา บ้านเราเลยมีความคิดว่าไม่น่าจะยากถ้าหากเราจะเอาเมนูเหลามาทำที่ครัวบ้านเราแบบไม่ต้องร้านอาหารราคาแพงๆ คะน้าน้ำมันหอย เราจะต้องทดลองทำดู คะน้าก็ปลูกเองไม่มีสารต้นอวบอ้วนบ้างเล็กบ้างแม้กระนั้นไม่มีอันตรายแน่ๆ สูตรวิธีการทำน้ำราดก็ไม่ยุ่งยากเลยจ๊าเครื่องในครัวมีอยู่แล้ว ทำเลยจ้า…

คะน้าน้ำมันหอย

ส่วนผสม

  • ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
  • คะน้าต้นใหญ่ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 5 ต้น
  • พริกขี้หนู (หั่นเฉียง) 3 เม็ด
  • กระเทียม (สับหยาบ) 3 กลีบ
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

นำกระทะตั้งไฟแรง ใส่น้ำมันรอจนน้ำมันร้อนจัด ใส่พริกขี้หนู, กระเทียม ลงผัด

  • จากนั้นใส่คะน้าที่เตรียมไว้ แล้วปรุงรสด้วย ซอสหอยนางรม ผัดให้เข้ากันอีกครั้ง ปิดไฟ พร้อมเสิร์ฟ

ลาบไก่ เมนูอาหารอีสาน รสจัดจ้าน

ลาบไก่

เมนูแซ่บแต่ว่าแคลต่ำ ลาบไก่ เมนูอาหารอีสานรสจัดจ้าน เปรี้ยวตัดเค็ม เผ็ดสะใจ นึกถึงทีไรแล้วต้องการไปร้าน ลาบ ข้าวเหนียว ตำส้ม สรุปว่าวันนี้ลองทำทานกัน ว่าแล้ววันนี้เรามาลงมือกระทำ ลาบไก่ แซ่บๆทานกันเลยดีกว่า

ลาบไก่

ส่วนผสม

  • อกไก่ 300 กรัม
  • พริกป่น 1/2 ช้อนชา
  • หอมแดงซอย 1/4 ถ้วย
  • ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีฝรั่งซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • สาระแหน่เด็ดใบ 1/2 ถ้วย
  • ข้าวคั่ว 1 ช้อนชา
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกขี้หนูแห้งทอด 4 เม็ด
  • ผักสดตามชอบ 1 ถ้วย

วิธีทำ

  • นำ อกไก่ มารวนในหม้อแล้วเพิ่มน้ำ พักไว้แล้วตั้งเตา
  • นำส่วนประกอบทั้งหมดลุกเคล้าให้เข้ากัน
  • เพียงเท่านี้ก็ได้อร่อยกับลาบไก่รสอร่อยแล้ว

ขนมจีนน้ำยากรรเชียงปู เมนูขึ้นชื่อของจังหวัดภูเก็ต

ขนมจีนน้ำยากรรเชียงปู

ขนมจีนน้ำยากรรเชียงปู ขนมจีนส่วนมากมักจะมีน้ำยาหลายแบบ อีกทั้งแบบน้ำยาป่า น้ำยากะทิ น้ำงู น้ำพริก แต่ว่าวันนี้เอาสูตรน้ำยาปูมาแบ่งปันกัน เนื่องจากว่ามีความรู้สึกว่าคงจะหาทานไม่ใช่เรื่องง่ายๆแน่ๆ เพราะเหตุว่าปูนั้นค่อนจะมีต้นทุนสูง น่าจะหาทานตามร้านทั่วๆไปไม่พบ เมนูขนมจีนน้ำยาปูเป็นเมนูขึ้นชื่อลือชาของจังหวัดภูเก็ต ที่สามารถนำสูตรขนมจีนน้ำยาปูนี้ไปให้ทานได้

ขนมจีนน้ำยากรรเชียงปู

ส่วนผสม

  • พริกแกง
  1. พริกแห้งเม็ดใหญ่ 10 กรัม
  2. พริกแห้งทั้งเม็ด
  3. เกลือสมุทร 1 ช้อนชา
  4. เกลือ
  5. ตะไคร้สด
  6. ตะไคร้ซอย 15 กรัม
  7. ข่า (ซอย) 15 กรัม
  8. ขมิ้นสด (ซอย) 15 กรัม
  9. หอมแดง (ซอย) 25 กรัม
  10. กระเทียม 20 กรัม
  11. พริกไทยดำเม็ด 25 กรัม
  12. กะปิ 20 กรัม
  • น้ำยา
  1. ปลาช่อน (ต้มสุกแกะเอาแต่เนื้อ) 1 ตัว
  2. ตะไคร้ (หั่นท่อนขนาด 2 นิ้ว) 3 ต้น
  3. กะทิ (หัว) 2 ถ้วย
  4. กะทิ (หาง) 4 ถ้วย
  5. น้ำตาลปี๊ป 2 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  7. ใบมะกรูด (ฉีก) 3-4 ใบ
  8. กรรเชียงปู (ต้มสุก) 1 กก.
  9. ขนมจีน
  10. ผงปรุงรส (ก้อน) 1 ก้อน

วิธีทำ

  • นำพริกชี้ฟ้าเม็ดใหญ่ใส่ลงไปในครก และก็ตามด้วยเกลือป่น ตะไคร้ซอย ข่าซอย ขมิ้นสดซอย หอมแดงซอย กระเทียมไทย พริกไทยดำ รวมทั้งกะปิ ตำอย่างละเอียด
  • นำกระทะขึ้นตั้งไฟปานกลาง เทน้ำกะทิลงไป รอคอยจนถึงเดือดรวมทั้งแตกมัน นำพริกแกงที่จัดเตรียมไว้ไปผัดจนกระทั่งเหลืองหอม
  • เทหางกะทิลงไป แต่งรสด้วย ผงปรุงรสก้อน น้ำตาลปีบ รวมทั้งน้ำปลา ต่อจากนั้นใส่ปลาช่อนสับ ตะไคร้ และก็ใบมะกรูดฉีก ต่อจากนั้นเคี่ยวกระทั่งข้น และก็พักไว้
  • นำกรรเชียงปูเรียงบนจาน วางขนมจีน แล้วก็ราดน้ำยาลงไป เสิร์ฟพร้อมผักเคียงตามชอบ อาทิเช่น ถั่วฝักยาว หรือใบแมงลัก อื่นๆอีกมากมาย

“ขาหมูเยอรมันผัดซอส” สูตรเด็ด สูตรอร่อย รสจัดจ้าน

ขาหมูเยอรมันผัดซอส

“ขาหมูเยอรมันทอดกรอบ” ที่เพิ่มเติมรสชาติความจัดจ้านด้วยซอส รสเผ็ดหวาน ผัดเอาให้เข้าเนื้อ กินแกล้มกันกับบรรดาผักดองหรือผักกาดหอม รับรองเริ่ด! ” ขาหมูเยอรมันผัดซอส ” วิธีการทำก็สุดง่าย…

ขาหมูเยอรมันผัดซอส

ส่วนผสม

  • ขาหมูเยอรมันทอดกรอบ 1 ขา
  • ซอสมะเขือเทศ 1 ถ้วย
  • น้ำส้มสายชูหมัก 2.5 ช้อนโต๊ะ
  • วูสเตอร์ซอส 1.5 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทรายแดง 2.5 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทรายขาว 2.5 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเลมอน 1.5 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยดำบดหยาบ 2.5 ช้อนโต๊ะ
  • เนยจืด 1.5 ก้อนเล็ก
  • ใบพาสลีย์

วิธีทำ

  • นำ ขาหมูเยอรมันทอดกรอบ ใหม่ๆมาเฉือนเอาเพียงแค่ชิ้นเนื้อ หั่นพอดิบพอดีคำ ใส่จานพักไว้
  • ลำดับต่อไป มาทำส่วนประกอบของซอส โดยผสม ซอสมะเขือเทศ น้ำส้มสายชูหมัก วูสเตอร์ซอส น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทรายขาว น้ำเลมอนคั้น ผสมเข้าด้วยกัน
  • เมื่อผสมซอสเสร็จเรียบร้อย ให้นำพลาสติกแรปปากชาม นำเข้าแช่ลงในตู้แช่เย็นราว 30 นาที เพื่อซอสหมักเข้าที่
  • เมื่อแช่ซอสได้ครบตรงเวลาที่กำหนด ให้ตั้งกระทะด้วยไฟกลาง ใส่เนยจืดลงไปคนจะกว่าจะละลาย
  • และก็ตามด้วยซอสที่จัดเตรียมไว้ ผัดคนกับเนยให้เข้ากัน
  • ใส่ขาหมูเยอรมันทอดหั่นชิ้นลงไปผัด
  • โรยด้วยพริกไทยดำบดหยาบ ผัดให้ส่วนประกอบถูกกัน ค่อยปิดเตา
  • ก่อนเสิร์ฟให้โรย ตกแต่งด้วยใบพาสลีย์ เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย

“ต้มไก่บ้านใบมะขามอ่อน” เอกลักษณ์เฉพาะของภาคอีสาน

เอกลักษณ์ของภาคอีสาน

” ต้มไก่บ้าน ใบมะขามอ่อน ” ที่เพิ่มรสเปรี้ยว เอกลักษณ์ของภาคอีสาน จากใบมะขามอ่อน ต้มพร้อมทั้งเนื้อไก่บ้านนุ่มๆ แค่คิดก็น้ำลายสอแล้ว…

“ต้มไก่บ้านใบมะขามอ่อน” เอกลักษณ์ของภาคอีสาน

ส่วนผสม

  • เนื้อไก่บ้าน 500 กรัม
  • น้ำเปล่า 2 ลิตร
  • ใบมะขามอ่อน 1 ถ้วย
  • ใบมะกรูดฉีก 4 ใบ
  • ข่าหั่น 1 หัว
  • พริกขี้หนูบุบ 10 เม็ด
  • ตะไคร้ 2 ต้น
  • ผงปรุงรสซุปก้อนต้มยำ 2 ก้อน
  • น้ำมะนาว
  • น้ำปลา

วิธีทำ

  • นำไก่บ้านมาสับเป็นชิ้นพอดิบพอดีคำ แล้วพักเอาไว้จัดเตรียมนำไปทำต้มยำ
  • นำหม้อใส่น้ำเปล่าเอาขึ้นตั้งไฟโดยใช้ปานกลาง แล้วเมื่อน้ำเดือดให้ใส่ข่า ตะไคร้ ลงไปพอเดือดอีกรอบใส่ไก่ที่หั่นจัดเตรียมไว้ลงไป
  • ไป เมื่อเนื้อไก่เริ่มสุก ใส่ผงแต่งรสซุปก้อนต้มยำลงไป
  • ต้มต่อครู่หนึ่งให้เนื้อไก่เปื่อยยุ่ยนุ่ม ใส่พริกขี้หนูบุบ ใบมะกรูด รวมทั้งใบมะขามอ่อน
  • เมื่อใบมะขามสุกแล้วปิดไฟ แต่งรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา ลงไปคนจนเข้ากัน
  • ตักต้มยำไก่บ้านใบมะขามอ่อนใส่ไว้ในชามพร้อมเสิร์ฟ

“มิลค์เชคมันม่วง” หอม หวาน อร่อย ในแก้วนี้

มิลค์เชคมันม่วง

เครื่องดื่มจากมันม่วง ” มิลค์เชคมันม่วง ” เมนูเด็ดจากมันม่วงที่นำมาให้กับทุกคนได้ลิ้มลองรสชาติกัน

มิลค์เชคมันม่วง

ส่วนผสม

  • มันม่วง (ต้มสุกปอกเปลือก) 300 กรัม
  • นมถั่วเหลือง/นมอัลมอนด์ (สูตรไม่หวาน) 2 ถ้วย
  • ไซรัป 2.5 ช้อนโต๊ะ
  • วิปปิ้งครีม
  • น้ำแข็ง 1/2 ถ้วย

วิธีทำ

  • ใส่นมถั่วเหลือง/นมอัลมอนด์ ไซรัปรวมทั้งน้ำแข็งลงปั่นในเครื่องปันจนได้เนื้อเนียนละเอียด
  • ใส่มันม่วงต้มสุกตามลงไปปั่นอีกราวๆ 1 นาที
  • เทมิลค์เชคมันม่วงลงในแก้ว
  • บีบวิปปิ้งครีมตามลงไปให้เกิดความสวยงาม ตกแต่งด้วยมันม่วงต้มสุกชิ้นเต๋า ให้ดูน่าดื่ม เท่านี้ก็เรียบร้อยสำหรับเมนูนี้

พาร์เฟต์มันม่วง เครื่องดื่มจากมันม่วง หอม หวาน น่าลิ้มลอง

พาเฟต์มันม่วง

“มันม่วง” เป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่เรานิยมเอามาผสมในเมนูต่างๆเยอะมาก อีกทั้งของหวานรวมทั้งอาหารคาว แต่ว่าสำหรับวันนี้เรามีเมนูเด็ดจากมันม่วงที่เอามาแชร์ให้กับทุกคนได้ลิ้มรสรสชาติกัน ” พาเฟต์มันม่วง ”

พาเฟต์มันม่วง

ส่วนผสม

  • มันม่วง(ต้มสุกปอกเปลือก) 1 ชิ้น
  • กล้วยหอม(แช่เย็น) 1 ลูก
  • กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • นมสดไขมันต่ำ(แช่เย็น) 3/4 ถ้วย
  • ไซรัป 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  • ใส่มันม่วงต้มสุกที่ปอกแล้ว และก็ตามด้วยกล้วยหอมปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก นมสดรวมทั้งกลิ่นวานิลลาตามลงไปปั่นพร้อม ใช้เวลาปั่นราวๆ 2 นาทีให้มีเนื้อละเอียด แล้วใส่ถ้วยพักเอาไว้ในตู้เย็น
  • ลำดับต่อไป มาทำส่วนประกอบของชั้นบลูเบอร์รีครีมกันบ้าง โดยให้ใส่กล้วยหอมแช่แข็งและก็บลูเบอร์รีแช่แข็ง ปั่นรวมกลมกลืนราวๆ 2 นาที แล้วเอามาราดลงบนแก้วที่ใส่มันม่วงปั่นไว้เรียบร้อยแล้ว
  • ตกแต่งหน้าด้วยบลูเบอร์รีอีกนิดหน่อย พร้อมเสิร์ฟความอร่อยได้เลย

“เอ็นข้อไก่ทอดพริกไทยดำ”เมนูเด็ด เมนูอร่อย ทำง่ายนิดเดียว

เอ็นข้อไก่ทอดพริกไทยดำ

“ เอ็นข้อไก่ทอดพริกไทยดำ ” เปลี่ยนแปลงจากเอ็นข้อไก่ทอดธรรมดา มาเพิ่มรสความเผ็ดร้อน พร้อมกลิ่นหอมยวนใจคลุ้งยั่วน้ำลาย ด้วยซอสพริกไทยดำ ไม่ว่าจะทำเป็นเมนูทานเล่นก็อร่อยเพลิดเพลิน หรือจะทานกับข้าวสวยร้อนๆก็อร่อยฟินสุดๆวิธีการทำง่าย น่าทาน กลิ่นพริกไทยดำเป็นตัวชูโรง

เอ็นข้อไก่ทอดพริกไทยดำ

ส่วนผสม

  • ข้อไก่ 1,000 กรัม
  • แป้งชุบทอด 90 กรัม
  • ซอสพริกไทยดำ
  • น้ำมันพืช (ทอด)
  • ต้นหอมซอย 2 ต้น

วิธีทำ

  • นำข้อไก่มาคัดเลือก โดยการเอากระดูกออกให้เหลือแค่ส่วนเอ็น แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำไปล้างแบบผ่านน้ำให้สะอาด แล้วก็นำไปพักให้สะเด็ดน้ำ​
  • แล้วนำแป้งชุบทอด เทลงไปในชามเอ็นข้อไก่ที่จัดเตรียมไว้ แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน
  • นำกระทะขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำมันลงไป พอน้ำมันร้อน เบาๆใส่เอ็นข้อไก่ชุบแป้งทีละชิ้น เพื่อไม่ให้ชิดกันเป็นก้อน​
  • โดยการทอดรอบแรก ทอดเพียงแค่พอเหลืองสุก แล้วน้ำขึ้นมาพักไว้สักประเดี๋ยว​
  • นำเอ็นข้อไก่ที่พักไว้ลงไปทอดซ้ำอีกครั้ง จนถึงสีเข้มขึ้น แล้วรีบตักขึ้นจากกระทะ พักให้สะเด็ดน้ำมัน เคล็ดลับ การทอดซ้ำสองรอบจะมีผลให้เอ็นข้อไก่กรอบเพิ่มขึ้น​
  • มาถึงวิธีการคลุกซอส เทซอสพริกไทยดำลงผัดในกระทะ แล้วหลังจากนั้นปิดไฟ แล้วใส่เอ็นข้อไก่ทอดลงไป แล้วคลุกเคล้าจะกว่าจะเข้ากัน​
  • โรยต้นหอมซอย คลุกอีกครั้งให้เข้ากัน แล้วจัดใส่จาน เท่านี้ก็ได้ “เอ็นข้อไก่ทอดพริกไทยดำ” ที่อร่อยพร้อมเสิร์ฟแล้ว

แกงฮังเล สูตรดั่งเดิมมาจากประเทศพม่า

สูตรดั้งเดิมจากประเทศพม่า

วันนี้เรามาทำอาหารปรุงอาหารภาคเหนือกันจ้ะเมนูวันนี้เป็นอาหารที่ได้มี สูตรดั้งเดิมจากประเทศพม่า เพื่อนบ้าน เรานั่นเอง เพียงแค่ผ่านสะพานก็ถึงกันแล้วน่ะจ้ะ แต่เราไม่ต้องไปถึงประเทศพม่าหรือภาคเหนือให้เมื่อยน่ะค่ะเนื่องมีสูตรเด็ดที่แสนจะอร่อยมาฝากทุกคน เมนูที่ว่าเด็ดซึ่งก็คือ” แกงฮังเล ” อาหารของภาคเหนือนั่นเองน่ะจ้ะ

แกงฮังเล  สูตรดั้งเดิมจากประเทศพม่า

ส่วนผสม

  • หมูสามชั้น 700 กรัม
  • สันคอหมู 700 กรัม
  • ผงปรุงรสหมูก้อน 2 ก้อน
  • น้ำเปล่า 2.5 ถ้วยตวง
  • น้ำตาลทราย 2.5 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะขามเปียก 6 ช้อนโต๊ะ
  • ขิงซอย 70 กรัม
  • กระเทียม 70 กรัม
  • ถั่วลิสงคั่ว 50 กรัม
  • สับปะรด 50 กรัม
  • น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  • นำพริกแห้ง ข่าซอย กระเทียม ตะไคร้ซอย หอมแดง แล้วก็เกลือ ตำรวมกันให้รอบคอบ จากนั้นใส่กะปิหยาบลงไป ตำให้ทุกๆอย่างเข้ากัน ตักขึ้นพักไว้
  • นำพริกแกงฮังเลที่ตำไว้มาผสมกับสับปะรด เนื้อสันคอหมูหั่นเต๋า และก็เนื้อหมูสามชั้นหั่นเต๋า คลุกให้เข้ากัน หมักราวๆ 1 ชั่วโมง หรือจนกระทั่งพริกแกงฮังเลจะเข้าเนื้อ
  • ต้มน้ำให้เดือด แล้วนำผงแต่งรสหมูก้อนลงไปคนจนละลาย นำออกมาจากเตาพักไว้
  • นำเนื้อสันคอหมูหั่นเต๋า แล้วก็เนื้อหมูสามชั้นหั่นเต๋า ที่หมักไว้มาผัดกับน้ำมันให้สุกน้อย เบาๆเพิ่มน้ำซุปที่ได้จากผงแต่งรสหมูก้อน ลงไป ต้มจนกระทั่งหมูเปื่อยยุ่ยได้ที่
  • แต่งรสด้วยน้ำมะขามเปียก ต่อจากนั้นใส่กระเทียม และก็ขิงซอย คนให้ทุกๆอย่างเข้ากัน ต้มต่ออีกหน่อย ในที่สุดใส่ถั่วลิสงคั่ว ปล่อยให้เดือดต่ออีก 20 นาที
  • ตักแกงฮังเลใส่ชาม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆสุดยอด