“ต้มไก่บ้านใบมะขามอ่อน” เอกลักษณ์เฉพาะของภาคอีสาน

เอกลักษณ์ของภาคอีสาน

” ต้มไก่บ้าน ใบมะขามอ่อน ” ที่เพิ่มรสเปรี้ยว เอกลักษณ์ของภาคอีสาน จากใบมะขามอ่อน ต้มพร้อมทั้งเนื้อไก่บ้านนุ่มๆ แค่คิดก็น้ำลายสอแล้ว…

“ต้มไก่บ้านใบมะขามอ่อน” เอกลักษณ์ของภาคอีสาน

ส่วนผสม

  • เนื้อไก่บ้าน 500 กรัม
  • น้ำเปล่า 2 ลิตร
  • ใบมะขามอ่อน 1 ถ้วย
  • ใบมะกรูดฉีก 4 ใบ
  • ข่าหั่น 1 หัว
  • พริกขี้หนูบุบ 10 เม็ด
  • ตะไคร้ 2 ต้น
  • ผงปรุงรสซุปก้อนต้มยำ 2 ก้อน
  • น้ำมะนาว
  • น้ำปลา

วิธีทำ

  • นำไก่บ้านมาสับเป็นชิ้นพอดิบพอดีคำ แล้วพักเอาไว้จัดเตรียมนำไปทำต้มยำ
  • นำหม้อใส่น้ำเปล่าเอาขึ้นตั้งไฟโดยใช้ปานกลาง แล้วเมื่อน้ำเดือดให้ใส่ข่า ตะไคร้ ลงไปพอเดือดอีกรอบใส่ไก่ที่หั่นจัดเตรียมไว้ลงไป
  • ไป เมื่อเนื้อไก่เริ่มสุก ใส่ผงแต่งรสซุปก้อนต้มยำลงไป
  • ต้มต่อครู่หนึ่งให้เนื้อไก่เปื่อยยุ่ยนุ่ม ใส่พริกขี้หนูบุบ ใบมะกรูด รวมทั้งใบมะขามอ่อน
  • เมื่อใบมะขามสุกแล้วปิดไฟ แต่งรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา ลงไปคนจนเข้ากัน
  • ตักต้มยำไก่บ้านใบมะขามอ่อนใส่ไว้ในชามพร้อมเสิร์ฟ

“มิลค์เชคมันม่วง” หอม หวาน อร่อย ในแก้วนี้

มิลค์เชคมันม่วง

เครื่องดื่มจากมันม่วง ” มิลค์เชคมันม่วง ” เมนูเด็ดจากมันม่วงที่นำมาให้กับทุกคนได้ลิ้มลองรสชาติกัน

มิลค์เชคมันม่วง

ส่วนผสม

  • มันม่วง (ต้มสุกปอกเปลือก) 300 กรัม
  • นมถั่วเหลือง/นมอัลมอนด์ (สูตรไม่หวาน) 2 ถ้วย
  • ไซรัป 2.5 ช้อนโต๊ะ
  • วิปปิ้งครีม
  • น้ำแข็ง 1/2 ถ้วย

วิธีทำ

  • ใส่นมถั่วเหลือง/นมอัลมอนด์ ไซรัปรวมทั้งน้ำแข็งลงปั่นในเครื่องปันจนได้เนื้อเนียนละเอียด
  • ใส่มันม่วงต้มสุกตามลงไปปั่นอีกราวๆ 1 นาที
  • เทมิลค์เชคมันม่วงลงในแก้ว
  • บีบวิปปิ้งครีมตามลงไปให้เกิดความสวยงาม ตกแต่งด้วยมันม่วงต้มสุกชิ้นเต๋า ให้ดูน่าดื่ม เท่านี้ก็เรียบร้อยสำหรับเมนูนี้

พาร์เฟต์มันม่วง เครื่องดื่มจากมันม่วง หอม หวาน น่าลิ้มลอง

พาเฟต์มันม่วง

“มันม่วง” เป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่เรานิยมเอามาผสมในเมนูต่างๆเยอะมาก อีกทั้งของหวานรวมทั้งอาหารคาว แต่ว่าสำหรับวันนี้เรามีเมนูเด็ดจากมันม่วงที่เอามาแชร์ให้กับทุกคนได้ลิ้มรสรสชาติกัน ” พาเฟต์มันม่วง ”

พาเฟต์มันม่วง

ส่วนผสม

  • มันม่วง(ต้มสุกปอกเปลือก) 1 ชิ้น
  • กล้วยหอม(แช่เย็น) 1 ลูก
  • กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • นมสดไขมันต่ำ(แช่เย็น) 3/4 ถ้วย
  • ไซรัป 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  • ใส่มันม่วงต้มสุกที่ปอกแล้ว และก็ตามด้วยกล้วยหอมปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก นมสดรวมทั้งกลิ่นวานิลลาตามลงไปปั่นพร้อม ใช้เวลาปั่นราวๆ 2 นาทีให้มีเนื้อละเอียด แล้วใส่ถ้วยพักเอาไว้ในตู้เย็น
  • ลำดับต่อไป มาทำส่วนประกอบของชั้นบลูเบอร์รีครีมกันบ้าง โดยให้ใส่กล้วยหอมแช่แข็งและก็บลูเบอร์รีแช่แข็ง ปั่นรวมกลมกลืนราวๆ 2 นาที แล้วเอามาราดลงบนแก้วที่ใส่มันม่วงปั่นไว้เรียบร้อยแล้ว
  • ตกแต่งหน้าด้วยบลูเบอร์รีอีกนิดหน่อย พร้อมเสิร์ฟความอร่อยได้เลย

“เอ็นข้อไก่ทอดพริกไทยดำ”เมนูเด็ด เมนูอร่อย ทำง่ายนิดเดียว

เอ็นข้อไก่ทอดพริกไทยดำ

“ เอ็นข้อไก่ทอดพริกไทยดำ ” เปลี่ยนแปลงจากเอ็นข้อไก่ทอดธรรมดา มาเพิ่มรสความเผ็ดร้อน พร้อมกลิ่นหอมยวนใจคลุ้งยั่วน้ำลาย ด้วยซอสพริกไทยดำ ไม่ว่าจะทำเป็นเมนูทานเล่นก็อร่อยเพลิดเพลิน หรือจะทานกับข้าวสวยร้อนๆก็อร่อยฟินสุดๆวิธีการทำง่าย น่าทาน กลิ่นพริกไทยดำเป็นตัวชูโรง

เอ็นข้อไก่ทอดพริกไทยดำ

ส่วนผสม

  • ข้อไก่ 1,000 กรัม
  • แป้งชุบทอด 90 กรัม
  • ซอสพริกไทยดำ
  • น้ำมันพืช (ทอด)
  • ต้นหอมซอย 2 ต้น

วิธีทำ

  • นำข้อไก่มาคัดเลือก โดยการเอากระดูกออกให้เหลือแค่ส่วนเอ็น แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำไปล้างแบบผ่านน้ำให้สะอาด แล้วก็นำไปพักให้สะเด็ดน้ำ​
  • แล้วนำแป้งชุบทอด เทลงไปในชามเอ็นข้อไก่ที่จัดเตรียมไว้ แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน
  • นำกระทะขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำมันลงไป พอน้ำมันร้อน เบาๆใส่เอ็นข้อไก่ชุบแป้งทีละชิ้น เพื่อไม่ให้ชิดกันเป็นก้อน​
  • โดยการทอดรอบแรก ทอดเพียงแค่พอเหลืองสุก แล้วน้ำขึ้นมาพักไว้สักประเดี๋ยว​
  • นำเอ็นข้อไก่ที่พักไว้ลงไปทอดซ้ำอีกครั้ง จนถึงสีเข้มขึ้น แล้วรีบตักขึ้นจากกระทะ พักให้สะเด็ดน้ำมัน เคล็ดลับ การทอดซ้ำสองรอบจะมีผลให้เอ็นข้อไก่กรอบเพิ่มขึ้น​
  • มาถึงวิธีการคลุกซอส เทซอสพริกไทยดำลงผัดในกระทะ แล้วหลังจากนั้นปิดไฟ แล้วใส่เอ็นข้อไก่ทอดลงไป แล้วคลุกเคล้าจะกว่าจะเข้ากัน​
  • โรยต้นหอมซอย คลุกอีกครั้งให้เข้ากัน แล้วจัดใส่จาน เท่านี้ก็ได้ “เอ็นข้อไก่ทอดพริกไทยดำ” ที่อร่อยพร้อมเสิร์ฟแล้ว

แกงฮังเล สูตรดั่งเดิมมาจากประเทศพม่า

สูตรดั้งเดิมจากประเทศพม่า

วันนี้เรามาทำอาหารปรุงอาหารภาคเหนือกันจ้ะเมนูวันนี้เป็นอาหารที่ได้มี สูตรดั้งเดิมจากประเทศพม่า เพื่อนบ้าน เรานั่นเอง เพียงแค่ผ่านสะพานก็ถึงกันแล้วน่ะจ้ะ แต่เราไม่ต้องไปถึงประเทศพม่าหรือภาคเหนือให้เมื่อยน่ะค่ะเนื่องมีสูตรเด็ดที่แสนจะอร่อยมาฝากทุกคน เมนูที่ว่าเด็ดซึ่งก็คือ” แกงฮังเล ” อาหารของภาคเหนือนั่นเองน่ะจ้ะ

แกงฮังเล  สูตรดั้งเดิมจากประเทศพม่า

ส่วนผสม

  • หมูสามชั้น 700 กรัม
  • สันคอหมู 700 กรัม
  • ผงปรุงรสหมูก้อน 2 ก้อน
  • น้ำเปล่า 2.5 ถ้วยตวง
  • น้ำตาลทราย 2.5 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะขามเปียก 6 ช้อนโต๊ะ
  • ขิงซอย 70 กรัม
  • กระเทียม 70 กรัม
  • ถั่วลิสงคั่ว 50 กรัม
  • สับปะรด 50 กรัม
  • น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  • นำพริกแห้ง ข่าซอย กระเทียม ตะไคร้ซอย หอมแดง แล้วก็เกลือ ตำรวมกันให้รอบคอบ จากนั้นใส่กะปิหยาบลงไป ตำให้ทุกๆอย่างเข้ากัน ตักขึ้นพักไว้
  • นำพริกแกงฮังเลที่ตำไว้มาผสมกับสับปะรด เนื้อสันคอหมูหั่นเต๋า และก็เนื้อหมูสามชั้นหั่นเต๋า คลุกให้เข้ากัน หมักราวๆ 1 ชั่วโมง หรือจนกระทั่งพริกแกงฮังเลจะเข้าเนื้อ
  • ต้มน้ำให้เดือด แล้วนำผงแต่งรสหมูก้อนลงไปคนจนละลาย นำออกมาจากเตาพักไว้
  • นำเนื้อสันคอหมูหั่นเต๋า แล้วก็เนื้อหมูสามชั้นหั่นเต๋า ที่หมักไว้มาผัดกับน้ำมันให้สุกน้อย เบาๆเพิ่มน้ำซุปที่ได้จากผงแต่งรสหมูก้อน ลงไป ต้มจนกระทั่งหมูเปื่อยยุ่ยได้ที่
  • แต่งรสด้วยน้ำมะขามเปียก ต่อจากนั้นใส่กระเทียม และก็ขิงซอย คนให้ทุกๆอย่างเข้ากัน ต้มต่ออีกหน่อย ในที่สุดใส่ถั่วลิสงคั่ว ปล่อยให้เดือดต่ออีก 20 นาที
  • ตักแกงฮังเลใส่ชาม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆสุดยอด

แซบทุกช้อน อร่อยทุกจานกับ “ลาบหมูคั่ว”

ลาบหมูคั่ว

อาหารรสนัวท้องถิ่นที่คนใดได้ลองจะต้องยกนิ้วให้ ” ลาบหมูคั่ว ” อร่อยสุดขีดมาเหนือแบบสุดๆจานนี้จะต้องจัดวัตถุดิบอะไร แล้วขั้นตอนมีอะไรบ้าง พร้อมแล้ว ทำกับข้าวกันจ้ะ

ลาบหมูคั่ว

ส่วนผสม

  • หมูบด 300 กรัม
  • หนังหมู 150 กรัม
  • ตับหมู 150 กรัม
  • พริกป่น 3 ช้อนโต๊ะ
  • พริกแห้ง 7 เม็ด
  • หอมแดงเผาซอย 6 หัว
  • หอมแดงเจียว/กระเทียมเจียว 1/2 ถ้วยตวง
  • ผักชีฝรั่งซอย 3 ต้น
  • ต้นหอมซอย 3 ต้น
  • ผักชีลาว 2 ต้น
  • แคปหมูตามชอบ
  • ผงปรุงรสลาบ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนชา
  • น้ำตาล 0.2 ช้อนชา
  • น้ำซุป 1/4 ถ้วยตวง
  • น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  • ตั้งกระทะด้วยไฟกลาง ใส่น้ำมันลงไป รอคอยให้ร้อน ค่อยนำ หมูบด ตับแล้วก็หนังหมูรวนให้พอสุก ใส่น้ำซุปหรือน้ำตามลงไปให้เนื้อหมูไม่แห้ง
  • ใส่ผงปรุงรสลาบลงไป และก็ตามด้วยหอมแดงซอย พริกป่น น้ำตาล น้ำปลา ผัดให้ส่วนประกอบทั้งหมดเข้ากัน
  • ใส่กระเทียวหรือหอมเจียวลงไปเกือบจะหมด ผัดให้ส่วนประกอบเข้าเนื้ออีกรอบก่อนปิดเตา
  • ตักเสิร์ฟใส่จาน โรยหน้าด้วยต้นหอม พริกแห้ง ผักชีลาว ผักชีฝรั่ง หอมเจียวแล้วก็แคปหมู

แกงฮังเลเนื้อ อาหารเหนือ เชื้อสายพม่า

แกงฮังเลเนื้อ

แกงฮังเลเนื้อ กล่าวถึงอาหารเหนือนั้น เชื่อกันว่าเป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศพม่า แน่ๆว่าจะต้องระลึกถึงแกงฮังเลอยู่ด้วย ทดลองเปลี่ยนแปลงหมูสามชั้นเป็นเนื้อก็ทำให้ได้รสชาติที่ผิดแผกแตกต่างออกไป แต่ว่าอร่อยไม่แพ้กันเลย

แกงฮังเลเนื้อ

ส่วนผสม

  • เนื้อน่องหรือเนื้อสันคอ 600 กรัม
  • ผงกะหรี่ 0.5 ช้อนชา
  • น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปีบ 1 ช้อนโต๊ะ
  • กะเทียมดองแกะออกเป็นกลีบ 1.5 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำกระเทียมดอง 1.5 ช้อนโต๊ะ
  • ขิงสดหั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วดำ 1.5 ช้อนโต๊ะ
  • ผงปรุงรสเนื้อก้อน 1 ก้อน
  • น้ำเปล่า 5.5 ถ้วยตวง

เครื่องแกง

  • พริกขี้หนูแห้ง 11 เม็ด
  • พริกชี้ฟ้าแห้ง 3 เม็ด
  • กระเทียมปอกเปลือกหั่นบาง 25 กรัม
  • หอมแดงปอกเปลือกหั่นบาง 30 กรัม
  • กะปิ 7 กรัม
  • เกลือป่น 2.5 กรัม

วิธีทำ

  • หั่นเนื้อวัว(ชิ้นขนาด 2.5 x 2.5) นิ้ว พักไว้
  • ตำเครื่องแกงทั้งหมดเข้าด้วยกันกระทั่งละเอียด เอามาผสมกับเนื้อวัวที่จัดเตรียมไว้ใส่ซีอิ๊วดำหมักทิ้งเอาไว้ราวๆ 1 ชั่วโมง
  • ตั้งหม้อบนไฟอ่อนๆใส่เนื้อที่หมักไว้ลงไปผัดจนกระทั่งเนื้อสุก เพิ่มเติมน้ำปรุงรสด้วยผงแต่งรสเนื้อก้อนปิดฝาหม้อเคี่ยวต่อไปอีกครู่หนึ่ง ใส่ขิงซอย กระเทียมดอง น้ำกระเทียมดองแล้วก็ผงแกงฮังเล/ผงกะหรี่ แต่งรสด้วยน้ำมะขามเปียกให้ได้รสเปรี้ยวเค็มเผ็ดพอดี
  • เคี่ยวต่อไปจนกระทั่งน้ำงวดเหลือน้ำขลุกขลิกตักใส่ชามพร้อมเสิร์ฟ

จอผักกาด เมนูสุดพิถีพิถัน จากท้องถิ่นทางภาคเหนือ

ผักกาดจ้อน

จอผักกาด เป็น แกงผักกาด ปรุงจากผักกาดกวางตุ้งที่กำลังมีดอก คนทางภาคเหนือเรียก ผักกาดจ้อน หรือผักกาดดอก ซึ่งปรุงด้วย เกลือ ปลาร้าหรือกะปิ น้ำมะขามเปียก ใส่กระดูกหมูด้วยก็ได้ บางสูตรใส่ถั่วเน่าแข็บ หรือถั่วเน่าแผ่นย่างไฟ นิยมรับประทานกับพริกแห้งทอด ผักกาดกวางตุ้งเป็นผักที่ปลูกกันทั่วๆไป เนื่องจากว่าปลูกได้ไม่ยากรวมทั้งงอกงามทุกสภาพภูมิอากาศ เอามาแกงกับเครื่องปรุงง่ายๆนับเป็นเป็นอาหารในชีวิตประจำวันของคนทางภาคเหนือเกือบทุกครอบครัวเลยทีเดียว

จอผักกาด หรือ ผักกาดจ้อน

ส่วนผสม

  1. หอมแดง 3 หัว
  2. กระเทียม 5 กลีบ
  3. กะปิ ประมาณ 1 ช้อนชา
  4. ผักกาดกวางตุ้ง(หั่นท่อน) 300 กรัม
  5. หมูเนื้อแดง(หั่นชิ้นบางพอคำ) 120 กรัม
  6. น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
  7. ถั่วเน่าแข็บย่างไฟ 1/2 ช้อนโต๊ะ
  8. ผงปรุงรสก้อนรสหมู 1 ก้อน
  9. น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร
  10. น้ำมันพืช 1/2 ช้อนโต๊ะ
  11. กระเทียมสับ 1/2 ช้อนโต๊ะ
  12. พริกขี้หนูแห้ง(ทอด) 3 เม็ด
  13. ต้นหอมผักชีซอยโรยหน้า 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำ พอเดือดใส่หมูต้มกระทั่งหมูนุ่ม ใส่คนอร์ซุปก้อนรสหมูคนจนละลาย
  2. โขลกกระเทียม หอมแดง กะปิ รวมกันอย่างละเอียด ใส่ลงในหม้อต้มหมูคนจะกว่าจะเข้ากัน
  3. พอเดือดใส่ผักกวางตุ้งคนให้ส่วน ผสมเข้ากันปิดฝาต้มพอผักนุ่มราวๆ 10 นาที ใส่ถั่วเน่าแผ่นโขลกละเอียด ใส่น้ำมะขามเปียก คนจะกว่าจะทั่ว
  4. พอเดือด ปิดไฟใส่ต้นหอมผักชี พริกทอด แล้วก็กระเทียมเจียว
  5. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน พอร้อน ใส่พริกขี้หนูแห้งลงทอด พอกรอบ ตักขึ้น ใส่กระเทียมสับ เจียวให้เหลือง เททั้งยังกระเทียมเจียวแล้วก็น้ำมัน ใส่หม้อจอผักกาด คนจะกว่าจะเข้ากัน ถ้าหากไม่เจียวกระเทียมเองสามารถใช้กระเทียมสำเร็จรูปได้

ประโยชน์

จากการกินผักกาดจอ คือ การได้รับวิตามิน แคลเซียมแล้วก็โปรตีน ที่มีอย่างอุดมสมบูรณ์ ทั้งยังมีใยอาหารสูง ช่วยสำหรับในการขับถ่าย ป้องกันการเกิดโรคในระบบย่อยอาหารได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยสร้างเสริมภูมิต้านทานให้กับร่างกาย บำรุงสายตา ช่วยสร้างเสริมกระดูกแล้วก็ฟันให้แข็งแรง ซึ่งมีการศึกษาพบว่าผักกวางตุ้งสามารถช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้…

ไข่ป่าม อาหารท้องถิ่นจากถาคเหนือ หอม อร่อย ยวนใจด้วยกลิ่ยใบตอง

ป่าม

เป็นอาหารประจำถิ่นทางภาคเหนือ ที่ปรุงไข่ให้สุกด้วยวิธี ป่าม โดยเทไข่ลงบนใบตอง แล้วก็เทน้ำลงใต้ใบตอง ตั้งไฟให้ไข่สุก มีลักษณะเหมือนไข่เจียวและก็มีกลิ่นหอมยวนใจอ่อนๆของใบตอง บางครั้งบางคราวเรียกไข่ทอดตอง

ป่าม มีกลิ่นหอมยวนใจอ่อนๆของใบตอง

ส่วนผสม

  1. ไข่ไก่ 3 ฟอง
  2. ผงปรุงรสไก่ 3/4 ช้อนชา
  3. หมูบด 90 กรัม
  4. พริกขี้หนูจินดา(ซอยละเอียด) 1 1/2 ช้อนชา
  5. ต้นหอมซอย 2 ช้อนชา
  6. กระทงใบตอง

วิธีทำ

  • ตอกไข่ใส่ชาม ใช้ส้อมตีให้เข้ากัน
  • ปรุงรสด้วยคนอร์อร่อยชัวร์ไก่เพื่อเพิ่มรสชาติกลมกล่อม คนจนละลาย แล้วใส่หมูบดลงไป ใช้ส้อมยีจนหมูบดไม่จับกันเป็นก้อน
  • ตักส่วนผสมใส่กระทงใบตอง โรยพริกขี้หนูและต้นหอม
  • ตั้งกระทะบนไฟอ่อน พอกระทะร้อน วางกระทงไข่ป่ามลงย่าง ประมาณ 30 นาที หรือจนสุก อาจใส่น้ำในกระทะเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้ใบตองไหม้ติดกระทะ เสิร์ฟขณะร้อนๆ แค่นี้ก็ได้อร่อยกับเมนูไข่ป่าม แบบง่ายๆแล้ว

สูตรเด็ด ซีฟู้ดผัดผงกะหรี่ ทำง่าย ไม่ยุ่งยาก

ผัดผงกะหรี่

สำหรับคนไหนที่กำลังมองหาเมนูอร่อยๆทำง่าย ไม่ยุ่งยาก เหมาะสมกับมื้อหนักๆที่ต้องการจะเพิ่มเติมพลังหลังจากที่เหมื่อยล้ากันมาตลอดทั้งวัน วันนี้เรามีสูตรเด็ด “ ซีฟู้ด ผัดผงกะหรี่ ” มาฝากกันค่ะ จำเป็นที่จะต้องจัดเตรียมอะไรบ้าง ไปเข้าครัวกันเลย

ซีฟู้ด ผัดผงกะหรี่

ส่วนผสม

  1. กุ้งสด 300 กรัม
  2. ปลาหมึก 200 กรัม
  3. หอยแมลงภู่ 100 กรัม
  4. หอยลาย 100 กรัม
  5. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  6. นมข้นจืด 2/3 ถ้วย
  7. ผงกะหรี่ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  8. ซอสหอยนางรม 3 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  10. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  11. น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
  12. พริกสด 4 เม็ด
  13. กระเทียมสับ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  14. ต้นหอม 2 ต้น
  15. หอมหัวใหญ่ 2/4 ลูก
  16. คึ่นฉ่าย 150 กรัม
  17. น้ำมัน(ผัด) 300 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. นำซีฟู้ดที่เตรียมเอาไว้ ทั้งกุ้ง ปลาหมึก หอยแมลงภู่ และหอยลาย ไปล้างให้สะอาด แล้วนำไปหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
  2. พักเนื้อซีฟู้ดเอาไว้ จากนั้น ผสม ซอสหอยนางรม ลงในถ้วยใบใหม่ ตามด้วยน้ำปลา น้ำพริกเผา น้ำตาล ผงกะหรี่ คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  3. จากนั้นเติมนมข้นจืดลงไปในถ้วย
  4. เมื่อผสมเครื่องปรุงลงไปแล้ว ตอก ไข่ไก่ ตามลงไป แล้วตีให้เข้ากัน
  5. ตั้งกระทะใช้ไฟกลาง แล้วใส่กระเทียม และหอมใหญ่ลงไป ใช้น้ำมันสำหรับผัดเจียวให้หอมน่ากิน
  6. เมื่อกระเทียม และหอมใหญ่พอได้ที่แล้ว ใส่ซีฟู้ดทั้งหมดลงไปผัดจนสุกกำลังดี
  7. จากนั้นเทส่วนผสมของผงกะหรี่ตามลงไป แล้วผัดให้เข้ากัน
  8. ปิดท้ายด้วยคึ่นฉ่ายลงไปผัดเล็กน้อย ให้กลิ่นหอมกำลังน่าทาน
  9. แล้วนำไปตกแต่งในจานให้สวยงาม เพียงเท่านี้ก็จะได้ซีฟู้ดผัดผงกะหรี่หน้าตาน่าทานแล้ว